ประกันนักท่องเที่ยวต่างชาติ30ล้านคนยังเจอปัญหารุมเร้า ขณะที่คปภ.เร่งจี้สมาคมประกันชีวิตไทยและสมาคมประกันวินาศไทยรีบส่งแผนรับประกันนักท่องเที่ยวต่างชาติให้กับคปภ.ภายใน 9 พ.ย.นี้ เพื่อจะได้นำเสนอกระทรวงสาธารณะออกเป็นกฎหมายบังคับใช้กับนักท่องเที่ยวต่อไป

แหล่งข่าวจากสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการประกันอุบัติเหตุนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยว่า ขณะนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) ได้มอบหมายให้สมาคมประกันชีวิตไทยและสมาคมประกันวินาศภัยไทยไปหาศึกษาและนำเสนอข้อมูลแผนการรับประกันและความคุ้มครองเพื่อนำมาเสนอให้กับคปภ.ได้พิจารณาหารือร่วมกันในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 เพื่อจะได้หาข้อสรุปความคุ้มครองและอัตราเบี้ยประกันนำเสนอให้กับทางกระทรวงสาธารณสุขต่อไป เพื่อออกเป็นข้อบังคับทางกฎหมายบังคับให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยจำนวน 30 ล้านคนต้องซื้อประกันคุ้มครอง

โดยในส่วนของสมาคมประกันวินาศภัยไทยจริงๆแล้วได้จัดทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเตรียมยื่นเสนอให้กับทางคปภ. แต่บังเอิญทางสมาคมประกันชีวิตไทยยังไม่เรียบร้อย และขอทำข้อมูลก่อน ทางคปภ.จึงได้นัดหมายให้มายื่นพร้อมกันในวันที่ 9 พ.ย.นี้ โดยให้ต่างฝ่ายต่างดูข้อมูลมาอย่างละเอียดว่าจะคุ้มครองอย่างไรได้บ้าง ซึ่งก่อนหน้านี้สมาคมประกันวินาศภัยไทยได้เคยศึกษาและกำหนดอัตราค่าเบี้ยประกันสำหรับคุ้มครองนักท่องเที่ยวเสนอให้กระทรวงท่องเที่ยวฯไปแล้วเป็นเงินค่าเบี้ย 180 ล้านบาท ที่รัฐบาลต้องรับภาระเป็นผู้จ่าย แต่ในกรณีของกระทรวงสาธารณสุขเข้ามารับไม้ต่อแทนและให้ทางสมาคมประกันฯศึกษาครั้งนี้ จะแตกต่างกันออกไป

โดยมีเงื่อนไขให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในไทยต้องเป็นผู้รับภาระจ่ายค่าเบี้ยประกันเอง ซึ่งทำให้สมาคมประกันฯค่อนข้างคิดหนักทีเดียวสำหรับการคิดคำนวณอัตราเบี้ยประกันต่อหัว ซึ่งจะไปกำหนดอัตราสูงไปก็ไม่ได้ แต่หากกำหนดอัตราค่าเบี้ยต่อหัวต่ำไป ก็ไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายอีก เนื่องจากบริษัทประกันฯมีภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางและอื่นๆในการออกไปขายกรมธรรม์ค่อนข้างสูงทีเดียว ซึ่งต่างไปจากแนวทางเดิมที่การท่องเที่ยวฯจะให้รัฐเป็นผู้ควักเงินจ่ายจุดนี้ ซึ่งจุดนั้นจะทำให้บริษัทประกันไม่มีค่าใช้จ่ายสุง

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวรายนี้ ยังเชื่อว่า แม้ผลศึกษาข้อมูลของ 2 สมาคมประกันฯจะนำเสนอคปภ.ออกมาก็ตาม แต่ก็เชื่อว่า ยังคงมีปัญหาจุกจิกตามมาอีกมาก ซึ่งเชื่อว่าเรื่องนี้คงจะไม่ใช่เรื่องที่จบได้ง่ายๆ อย่างเช่น ถ้าจะให้ทาง 2 สมาคมประกันฯขายจริง หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องจะให้ความร่วมมือและช่วยเหลือในการขายด้วยหรือไม่ อย่างเช่นการขายผ่านตามด่านตม. ซึ่งล่าสุดทางตม.ที่สนามบิน ก็ออกมาบอกอย่างชัดเจนแล้วว่า เขาไม่มีสิทธิ เนื่องจากสิทธิในเรื่องพื้นที่ของสนามบินหรือท่าอากาศยานขณะนี้ได้ให้เอกชนประมูลไปแล้ว ดังนั้นเอกชนจะมาตั้งบูธคงไม่ได้ หรือแม้แต่การขายผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ตหรือออนไลน์ ก็ไม่รู้ว่าจะครอบคลุมหรือเปล่า

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ (ททช.) ได้สั่งการให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ไปศึกษารูปแบบการจัดทำประกันภัยให้นักท่องเที่ยวมาใหม่ โดยได้แนะนำให้ดูตามแนวทาง (โมเดล) ประเทศอื่น ๆ ที่มีประกันภัยนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา, สหภาพยุโรป เนื่องจากมองว่า การใช้เงินจากกองทุนเยียวยาช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติ มาซื้อประกันภัยเป็นกรมธรรม์ใบเดียวในวงเงิน 180 ล้านบาท อาจไม่คุ้มค่ากับเงินที่เสียในแต่ละปี

สำหรับแนวคิดที่กระทรวงได้นำเสนอ ททช. นั้น จะยกเลิกการตั้งกองทุนเยียวยานักท่องเที่ยวที่มีเงินงบประมาณ 200 ล้านบาท พร้อมกับนำเงินดังกล่าวมาทำประกันภัยกับสมาคมประกันวินาศภัยแทน สามารถคุ้มครองนักท่องเที่ยวได้ถึง 30 ล้านคน ซึ่งเท่ากับการประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศ โดยคิดอัตราเบี้ยประกันหัวละ 6 บาท ซึ่งจะทำให้ในแต่ละปีกระทรวงจะต้องเสียค่าเบี้ยประกันประมาณ 180 ล้านบาทต่อปี มีเงินความคุ้มครองสูงสุด 3,000 ล้านบาทต่อปี หากในกรณีที่มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตจะพิจารณาการใช้จ่ายตามแต่กรณีโดยเงินที่จะได้รับสูงสุดจากการเสียชีวิต คือ รายละ 1 ล้านบาท แต่แล้วท้ายสุด ก็มีการพับแผนโครงการนี้ กระทั่งกระทรวงสาธารณสุขได้รับไม้ต่อมาเป็นเจ้าภาพในการดูแลประเด็นนี้

 (ข่าวธุรกิจประกันภัย หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 359 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 พฤศจิกายน 2560)